3 สายพันธุ์ของกัญชาที่น่าสนใจและพบบ่อย มารู้จักกัน

233 จำนวนผู้เข้าชม  | 

3 สายพันธุ์ของกัญชาที่น่าสนใจและพบบ่อย มารู้จักกัน

3 สายพันธุ์ของกัญชาที่น่าสนใจและพบบ่อย มารู้จักกัน

กัญชา เป็นพืชสกุล Cannabis อยู่ในวงศ์ Cannabaceae มี 3 สายพันธุ์ที่พบบ่อย ได้แก่ สายพันธุ์ซาติวา (Cannabis sativa) สายพันธุ์อินดิกา (Cannabis indica) และสายพันธุ์รูเดอราลิส (Cannabis ruderalis)

กัญชาเป็นพืชที่มีทั้งประโยชน์และโทษ ประโยชน์ที่มีการศึกษากันอย่างแพร่หลายคือมีสาร CBD และ THC ที่ใช้นำมารักษาโรค โดยสัดส่วนของปริมาณทั้งสองมีความจำเพาะในแต่ละโรค ดังนั้นจึงต้องศึกษาถึงสายพันธุ์ของกัญชา รวมถึงกัญชาลูกผสมด้วย เพื่อจะได้สาร CBD และ THC ที่เหมาะสมกับความต้องการใช้ประโยชน์ แต่ยังต้องพึงระวังว่ากัญชานั้นยังมีส่วนที่เป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้นจึงต้องศึกษากันให้ดี และคำนึงถึงการใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ด้วยจึงจะปลอดภัยที่สุด

สายพันธุ์หลักของกัญชาที่น่าสนใจ ได้แก่

1. สายพันธุ์ซาติว่า (Cannabis sativa L.)

ส่วนมากมาจากแถบบริเวณเส้นศูนย์สูตร (ประเทศโคลัมเบีย, เม็กซิโก และ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) มีลำต้นสูงผอม ใบแคบ และมีสีเขียวอ่อน เจริญเติบโตเร็วกว่าเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อินดิก้า และมีความสูงของต้นถึง 20 ฟุตในหนึ่งฤดู ใช้ระยะเวลาประมาณ 10 ถึง 16 สัปดาห์กว่าจะเจริญเติบโตเต็มที่ มีรสชาติตั้งแต่รสคล้ายดินไปจนถึงรสหวานคล้ายผลไม้ มักจะทำให้เกิดอาการหวาดระแวงและอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ ดังนั้นสายพันธุ์ซาติว่าจึงไม่ค่อยถูกเลือกมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ในการรักษาโรค ข้อดีของสายพันธุ์ซาติว่า คือทำให้รู้สึกดี ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า, อาการเมื่อยล้า, กระตุ้นความอยากอาหาร, อาการเจ็บปวด และอาการคลื่นไส้ สายพันธุ์ซาติว่ายังเป็นสายพันธุ์ที่เคยได้รับความนิยมและมีจำหน่ายในทางตอนเหนือของอเมริกาในช่วงยุค 60s และ 70s แม้ว่าสายพันธุ์ซาติว่าจะค่อนข้างหายาก แต่มันยังคงเป็นที่ต้องการของนักปรับปรุงพันธุ์ที่ใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมในการออกแบบสายพันธุ์ลูกผสมต่างๆ

 2. สายพันธุ์อินดิก้า Cannabis indica Lam.

พบมากในแถบตะวันออกกลาง เช่น ประเทศอัพกานิสถาน จีน ทิเบต เนปาล บริเวณที่มีอากาศแห้ง ลักษณะต้นเตี้ยเป็นพุ่ม ใบกว้างมักจะมีสีเขียวเข้ม เพราะมีคลอโรฟีลล์มาก ดอกแน่นติดกัน มีค่า THC ต่ำ แต่ค่า CBD สูงกว่าสายพันธุ์ซาติว่า นิยมนำดอกมาสกัดเป็นน้ำมันใช้ในทางการแพทย์ เพื่อการผ่อนคลาย หลังจากที่เริ่มออกดอกมันจะมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ภายใน 6 ถึง 8 สัปดาห์ และเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการปลูกในร่ม เนื่องจากลำต้นไม่สูงเท่ากับสายพันธุ์ซาติว่า ดอกมีลักษณะอวบและหนาแน่น มีรสชาติและกลิ่นหอมที่หลากหลายตั้งแต่รสชาติกลิ่นเหม็นฉุน ไปจนถึงรสชาติกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้ สายพันธุ์อินดิก้ามีฤทธิ์ในการต่อสู้กับอาการเจ็บปวด, ฤทธิ์ระงับประสาท และฤทธิ์ในการผ่อนคลายมากที่สุด ผู้ป่วยมักจะใช้สายพันธุ์อินดิก้า เพื่อช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับและอาการเจ็บปวดรุนแรงในช่วงท้ายของวัน เนื่องจากมีฤทธิ์ที่ทำให้มึนเมาอย่างมาก คุณสมบัติในการระงับประสาทและระงับความเจ็บปวดทำให้มันเป็นที่ต้องการอย่างมากของผู้ป่วยทางการแพทย์

3. สายพันธุ์รูเดอราลิส Cannabis Ruderlis Janisch

มีต้นกำเนิดในตอนกลางของรัสเซีย มีปริมาณสาร THC เพียงเล็กน้อยและเป็นสายพันธุ์ที่แทบจะไม่มีการปลูกขึ้นเพื่อการสูบสันทนาการ แต่มีสาร CBD ในปริมาณมาก ดังนั้นจึงได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากนี้สายพันธุ์รูเดอราลิสยังมีความน่าสนใจในเรื่องของการออกดอกที่ขึ้นอยู่กับอายุ แทนที่จะเป็นวงจรของแสง คือการออกดอกแบบ autoflowering หมายความว่าถึงแม้ว่าจะปลูกสายพันธุ์นี้ในร่มภายแสงไฟตลอด 24 ชั่วโมง แต่มันจะออกดอกตามตารางเวลาทางพันธุกรรมของมันเอง ดังนั้นเมื่อนำสายพันธุ์นี้ไปผสมข้ามสายพันธุ์กับสายพันธุ์อินดิก้าหรือสายพันธุ์ซาติว่า ผลที่ได้ก็จะมีแนวโน้มที่จะออกดอกแบบ autoflowering และมีปริมาณสาร CBD ที่สูงขึ้น

กัญชาไม่ใช่พืชที่สามารถรักษาได้ทุกโรค กัญชาแต่ละสายพันธุ์ก็มีสารประกอบต่างๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน เราจึงจำเป็นต้องศึกษาให้แน่ใจก่อนว่าปริมาณสาร CBD และ THC ที่มีในกัญชาเหมาะสมกับโรคที่จะรักษาหรือไม่ เพราะนอกเหนือจากสาร CBD และ THC แล้ว กัญชายังมีสารประกอบอื่นๆ อีกมากทั้งที่มีประโยชน์และมีพิษ

#พืชกัญชา #knowingcannabis #study #CBD #THC #cannabisterpene #aromatherapy #essentialoils

 

 

credit   :  บทความ : ความหลากหลายของสายพันธุ์กัญชา โดย คุณ วริศรา สุวรรณ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้