5 น้ำมันธรรมชาติที่ใช้ในเครื่องสำอางธรรมชาติ

92 จำนวนผู้เข้าชม  | 

5 น้ำมันธรรมชาติที่ใช้ในเครื่องสำอางธรรมชาติ

5 น้ำมันธรรมชาติที่ใช้ในเครื่องสำอางธรรมชาติ

ถึงเวลาบอกลามอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบเดิมๆ น้ำมันสำหรับผิวหน้า ผิวตัว ได้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่ง บนโต๊ะเครื่องแป้ง หรือตู้เครื่องสำอางของคุณไปแล้ว ด้วยคุณสมบัติตามธรรมชาติในการให้ความชุ่มชื้นสูงและบำรุงผิวหลากหลายประเภท อ่อนโยน และปลอดภัยกับผิว

น้ำมันธรรมชาติสำหรับผิวหน้าจะไม่ทำให้ใบหน้าของคุณมีความมัน และไม่ทำให้ผิวแห้งด้วย เนื่องจากน้ำมันธรรมชาติจะเต็มไปด้วยส่วนผสมที่ดีต่อผิว เช่น โพลีฟีนอล กรดไขมัน และสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยลดการอักเสบและช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส

น้ำมันธรรมชาติที่เป็นที่ยอมรับกันในวงการความงามว่า ใช้แล้วได้ผลจริงเหมาะกับนำมาใช้เป็นเครื่องสำอางและเป็นส่วนผสมสำคัญใน Skin Care และ Hair Care  ดังนี้

1. น้ำมันสวีทอัลมอนด์ Sweet Almond Oil

น้ำมันสวีทอัลมอนด์เป็นน้ำมันที่มีความอ่อนโยนมาก ใช้ได้อย่างปลอดภัยแม้ในสภาพผิวที่บอบบาง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ  ใช้ทาผิวหรือผมโดยตรงได้ ทำให้ผิวไม่แห้งหรือระคายเคืองอีกต่อไป สามารถนำไปผสมกับน้ำหอมสำหรับเครื่องสำอาง หรือน้ำมันหอมระเหยก็ได้ กลิ่นจะละมุนขึ้น หรือนำไปผสมกับน้ำตาลทรายแดงเพื่อทำสครับขัดผิวกายทั่วไปก็ใช้ได้ดีเช่นกัน

2. น้ำมันเมล็ดแอปริคอท Apricot Oil

เป็นน้ำมันเนื้อเบาอีกตัวหนึ่งที่ใช้กับร่างกายและเส้นผมได้  น้ำมันเมล็ดแอปริคอทอุดมไปด้วยวิตามิน เช่น A, C, E และ K น้ำมันเมล็ดแอปริคอท นำมาใช้ได้ทั้งผิวหน้าและเส้นผมได้อย่างยอดเยี่ยม หากใช้กับผิวหน้า  ให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นและเช็ดผิวให้สะอาดด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ ผสมน้ำมันทีทรี 2-3 หยดลงในน้ำมันเมล็ดแอปริคอท แล้วทาให้ทั่วหน้า จะช่วยป้องกันสิว หากใช้สำหรับผมเพื่อดูแลผมที่แห้งเสีย เพียงผสมน้ำมันสวีทอัลมอนด์อุ่นๆ 2-3 หยด และน้ำมันเมล็ดแอปริคอท แล้วนำไปใช้กับผมที่เปียกหมาดๆ ห่อด้วยผ้าขนหนูอย่างน้อย 20 นาที

3. น้ำมันเมล็ดองุ่น Grape Seed Oil

น้ำมันที่อุดมด้วยวิตามินเนื้อบางเบานี้ใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมากมาย แม้กระทั่งน้ำมันที่ใช้กับใบหน้า เนื่องจากโพลีฟีนอลในน้ำมันเมล็ดองุ่นนี้ มีคุณสมบัติในการต่อต้านริ้วรอย และยังมีความปลอดภัยแม้กับผิวที่มีแนวโน้มจะเป็นสิวง่าย ไม่เหมือนกับน้ำมันที่หนักกว่าบางชนิด พร้อมทั้งมีสารต้านแบคทีเรีย ต้านการอักเสบ และเป็นน้ำมันรักษาบาดแผลและลดรอยแผลเป็นที่ดีเยี่ยมอีกด้วย


4. น้ำมันมะกอก Olive Oil

น้ำมันมะกอกซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารแถบเมดิเตอร์เรเนียน และยังเป็นเครื่องมือเสริมความงามมาตั้งแต่โบราณอีกด้วย เป็นสุดยอดของยาทาผิวอเนกประสงค์ เช่น บรรเทาอาการผิวแตก ส้นเท้าแตก ผมแห้งเสีย หรือเพียงเพื่อให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวแห้ง ใช้เพื่อล้างเครื่องสำอาง (Make up) ได้อย่างอ่อนโยน  เพียงแค่ทาผิวเบา ๆ และเช็ดเครื่องสำอาง และเช็ดออกอีกครั้งเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกส่วนเกินออกเพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือการอุดตันของผิว

สำหรับใช้กับผม ลองเติมน้ำมันหอมระเหยโรสแมรี่ 2-3 หยด เพื่อให้ผมแข็งแรงขึ้น โรสแมรี่เมื่อผสมกับน้ำมันโอลีฟแล้วสามารถช่วยฟื้นฟูการหลุดร่วงของเส้นผมและช่วยให้ผมแข็งแรงได้อย่างดี

5. น้ำมันมะพร้าว Coconut Oil

น้ำมันมะพร้าวก็เป็นน้ำมันอีกชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไปจนถึงผลิตภัณฑ์อาหาร น้ำมันนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากคุณสมบัติในการรักษาเกี่ยวกับโรคของผิวได้หลายโรค

น้ำมันมะพร้าวจะอุดมไปด้วยวิตามินอี นิยมมาใช้เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์แบบดั้งเดิมได้ และยังมีกรดไขมัน จึงทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว โดยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ เป็นสารต้านแบคทีเรียและเชื้อราตามธรรมชาติ ช่วยปกป้องผิวและเส้นผมจากปัจจัยต่างๆจากสภาวะแวดล้อมได้ดี และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

อย่างไรก็ตาม น้ำมันมะพร้าวอาจจะค่อนข้างหนักสำหรับผู้ที่มีผิวมัน  แต่ก็มีการใช้ที่หลากหลายขึ้น นอกเหนือจากทาผิว เช่น เป็นครีมโกนหนวด ช่วยให้ผิวหลังการโกนไม่แห้งและมีความชุ่มชื้น หรือทาผิวภายหลังอาบน้ำเพื่อใช้แทนโลชั่นหรือครีมนวดผมแบบไม่ต้องล้างออกตามธรรมชาติ

#naturaloils #skincare #haircare #naturalcosmatic

www.cosmebazaar.com

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้